บทความ

อเมริกานำการฝึกอบรมจิตตามหลักพุทธศาสนามาช่วยลดภาวะหมดไฟ(Burnout) ของแพทย์

รูปภาพ
ภาวะหมดไฟ หรือ เหนื่อยหน่าย หรือ เบิร์นเอ๊าท์ ( Burnout)  คือ ความรู้สึกอ่อนล้าทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ อันเกิดจากการที่ต้องอยู่ในสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดความเครียดเป็นเวลานานๆ เช่น  รู้สึกเบื่อกับงานถึงขั้นทำไปวันๆ แบบซังกะตาย ไม่อยากพูดจากับใคร หงุดหงิดใส่ทุกคนรอบตัว เจ็บป่วยบ่อยๆ ไม่มีสาเหตุ ไม่อยากไปทำงาน อยากจะเดินออกไปจากที่ทำงานและไม่ต้องกลับมาอีก เป็นต้น เพียงสามปีหลังจากจบการฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน ในปีพ. ศ. 2554 ศัลยแพทย์คาร์ล่า ฮ้าค พบว่าตัวเองตกอยู่ในภาวะเหนื่อยหน่าย( Burnout)  เธออุทิศชีวิตของเธอให้กับโรงพยาบาล โดยทำงาน 14 ชั่วโมงต่อวันโดยรวมวันหยุดสุดสัปดาห์ด้วย ครั้งละหลายๆเดือน บ่อยครั้งที่ไม่ได้กินข้าวจนกว่าจะสิ้นสุดวันทำงานอันยาวนาน คุณหมอฮ้าค เป็นศัลยแพทย์ทั่วไปและฉุกเฉินที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเอมเมอรี่เล่าว่า " ความหมายของเบิร์นเอ๊าท์ในพจนานุกรมเป็นอย่างไร นั่นแหล่ะคือตัวฉัน ฉันรู้สึกเป็นทุกข์และงานกลายเป็นสิ่งที่ไม่มั่นคงสำหรับฉัน " เธอรู้สึกอ่อนเพลียไปหมดและมีลักษณะคล้ายภาวะซึมเศร้า เนื่องจากเธอให้ทุกอย่างเพื่อดูแลผู้ป่วย...

จรณทักษะ มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน แต่ทำให้เกิดวัฒนธรรมองค์กรที่ดี

รูปภาพ
จรณทักษะ อาจเป็นคำที่หลายคนไม่คุ้นเคย แต่ถ้ากล่าวถึง คำว่า Soft Skill หลายคนก็อาจจะร้องอ๋อ ทันที คำว่า ทักษะ ( skill) นั้น คณะกรรมการจัดทำพจนานุกรมศัพท์ศึกษาศาสตร์ร่วมสมัย ราชบัณฑิตยสถาน อธิบายว่า ประกอบด้วย สมรรถนทักษะ ( hard skill) และ จรณทักษะ [จะระนะ-] ( soft skill) บุคคลที่มี สมรรถนทักษะ จะเป็นผู้ปฏิบัติงานได้เก่ง  บุคคลที่มี จรณทักษะ จะเป็นผู้ปฏิบัติงานได้ดี จรณทักษะ หมายถึง ทักษะที่เป็นลักษณะเฉพาะหรือคุณสมบัติเฉพาะของบุคคลในเรื่องความฉลาด ความสามารถทางอารมณ์ หรือความมีคุณธรรม มีลักษณะเป็นนามธรรม เช่น บุคลิกภาพ อุปนิสัย ความสุภาพ ความนุ่มนวลในการเข้าสังคม การใช้ภาษาติดต่อสื่อสารกับบุคคลอื่น ความเป็นมิตร การมองโลกในแง่ดี มีวุฒิภาวะ มีความคิดริเริ่ม สามารถควบคุมอารมณ์ ความรู้สึก ความเข้าใจความเป็นจริงของสภาพการณ์ต่าง ๆ   จรณทักษะ เป็นคุณลักษณะที่จะช่วยให้บุคคล สามารถดำรงชีวิตร่วมกับผู้อื่นได้อย่างราบรื่น และสามารถทำงาน ประกอบอาชีพให้ก้าวหน้าได้เป็นอย่างดี จรณทักษะ เป็นพฤติกรรมที่สร้างให้เกิดในบุคคลได้ตั้งแต่วัยเยาว์จาก วัฒนธรรม การอบรมเลี้ยงดู แล...

ยกย่อง “วอร์เรน บัฟเฟต์” ประสบความสำเร็จอย่างมั่นคง เพราะดำเนินชีวิตตามหลักพุทธศาสนา มีใจที่นิ่งสงบ ไม่แกว่งตามการขึ้นลงของตลาด

รูปภาพ
พุทธศาสนา เป็น ศาสนาที่สอนเรื่องเหตุและผล มีหลักคำสอนที่เป็นความดีและสร้างความสุขความสำเร็จอย่างเป็นสากล ผู้ใดปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนา ไม่ว่าจะเป็นชาวพุทธหรือไม่ใช่ชาวพุทธ จะประสบความสำเร็จในชีวิตทั้งทางโลกและทางธรรม มีทั้งความมั่งคั่งและความสุข มหาเศรษฐีอันดับสี่ของโลกและอันดับสองของอเมริกาวัย 86 ปี ท่านนี้บริจาคเงินจำนวนมากให้กับองค์กรเพื่อการกุศล ติดต่อกันทุกปีเป็นเวลา 12 ปีแล้ว ในปี 2560 นี้ เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ยังสร้างสถิติใหม่ ด้วยการบริจาคเงินสูงถึง 3.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ ประมาณ 1.1 แสนล้านบาท ภายในวันเดียว เขาไม่ต้องการให้ลูกได้รับการเลี้ยงดูอย่างลูกมหาเศรษฐีที่จะได้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ต้องการ ในการทำไร่ข้าวโพดลูกของเขาต้องจ่ายค่าเช่าที่ดินให้เขา  เขาให้เงินลูกสามคนเท่ากันคนละ 1,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 31,000 ล้านบาท แต่มีข้อแม้ว่าต้องใช้เงินจำนวนนี้เพื่อการกุศล!!! ลูกทั้งสามคนของวอร์เรน บัฟเฟต์ กลายเป็นมหาเศรษฐีผู้ใจบุญของโลกทันที  เมื่อพ่อของพวกเขาให้เงินทุกคนจำนวนมาก และให้ใช้เพื่อการกุศลเท่านั้น ไบรอัน ฟอลชุค ผ...

"จงทำต่อไป ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น"

รูปภาพ
" จงทำต่อไป ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น" ถ้าคุณทำดี แล้วมีคนกล่าวหาคุณว่า ทำเพื่อตัวเอง จงทำดี ต่อไป ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ถ้าคุณสำเร็จ แล้วได้เพื่อนปลอม และศัตรูจริง จงสำเร็จ ต่อไป ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น หลายคนอาจไม่มีเหตุผล และเห็นแก่ตัว จงรักเขา ต่อไป ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น คนคิดใหญ่ มีจิตวิญญาณสูง ก็อาจถูกด่าทอโดยเหล่ามนุษย์จิตเล็กๆ จงคิดใหญ่ ต่อไป ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น สิ่งที่คุณใช้เวลาหลายปีสร้าง อาจถูกทำลายชั่วข้ามคืน จงสร้าง ต่อไป ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ถ้าคุณพบความสงบ และความสุข ...คนอื่นอาจอิจฉา จงมีความสุข ต่อไป ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ความดีที่คุณทำวันนี้ คนอาจลืมพรุ่งนี้ จงทำความดี ต่อไป ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ถ้าคุณให้สิ่งที่ดีที่สุดกับโลกนี้ แต่เหมือนกับยังไม่เพียงพอ จงให้สิ่งที่ดีที่สุดกับโลกนี้ ต่อไป ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เพราะสุดท้ายแล้ว ...มันไม่เกี่ยวว่า ใครจะทำอย่างไรกับเรา กฎจักรวาล กฎแห่งกรรม … ตอบสนองสิ่งที่ทุกคนทำ จงทำดี ต่อไป ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ! Cr. https://www.facebook.co...

สังคมแห่งการให้..รร.พุทธศาสนาวันอาทิตย์ สิ่งที่วัดให้กับชุมชนมาหลายทศวรรษ

รูปภาพ
เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการให้ความรู้กับเด็กยากไร้สำหรับการศึกษานอกระบบโรงเรียน ที่เปิดสอนตามวัดต่างๆ ทั่ว กทม.มาร่วม 40 ปีก่อนหน้าที่รู้จักกันดีอย่าง “โรงเรียนสอนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์” ซึ่งปัจจุบันถือได้ว่าเป็นแหล่งให้ความรู้เพิ่มเติมแก่เด็กๆ ที่เรียนในโรงเรียนปกติ ซึ่งอยากใช้เวลาในวันหยุดมาเรียนเพิ่มเติมในระบบการศึกษาดังกล่าว เพื่อนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน รูปแบบการเรียนการสอนของหลักสูตรดังกล่าวจะเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายนของทุกปี โดยเปิดสอนทุกวันอาทิตย์ และจะใช้ระยะเวลาเรียนโดยเฉลี่ยใกล้เคียงกับการเปิดเทอมการศึกษาของโรงเรียนภาคปกติ คืออยู่ที่ประมาณ 9-10 เดือน และจะมีการสอบเลื่อนชั้นเช่นเดียวกัน ซึ่งเปิดรับเด็กๆ ตั้งแต่ชั้นอนุบาลไปจนถึงระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 วิชาที่สอนนั้นเน้นวิชา พระพุทธศาสนา เพื่อเผยแพร่คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ นอกจากนี้ยังสอน ภาษาอังกฤษและคณิตศาสตร์ รวมถึงวิชาเลือกเสรีอย่าง ชมรมดนตรีไทย ชมรมนาฏศิลป์ ฯลฯ ที่ให้เด็กๆ เรียนในช่วงบ่ายของวันอาทิตย์ โดยที่ไม่ต้องเสียค่าเรียนแต่อย่างใด อีกทั้งครูผู้สอนก็มีทั้งพระอาจารย์ที่อยู่ในว...

วิธีคุยธรรมะ!!!

รูปภาพ
ธรรมะนั้นมีทั้ง โลกียธรรม และ โลกุตตรธรรม  โลกียธรรม คือธรรมที่พูดถึงการดำรงอยู่ภายใต้สังสารวัฏ  เป็นธรรมที่อยู่ในวิสัยของโลก  เช่น   ความเมตตา การทำทาน ความขยันหมั่นเพียร การดูแลรับผิดชอบหน้าที่ครอบครัว และแง่มุมที่เป็นไปเพื่อความผาสุกของชีวิตนี้และชีวิตหน้า ส่วน โลกุตตรธรรม หมายถึง ธรรมที่พ้นไปจากการมีตัวตน เป็นธรรมเหนือโลกซึ่งผู้ปฏิบัติต้องโลกทวนกระแสโลก เดินสวนทางกับความรู้สึกของตน เป็นสิ่งที่ขัดแย้งกับความรู้สึกของผู้คนโดยส่วนมาก แต่อยู่ภายใต้กรอบของธรรมชาติความจริงแท้ ทุกวันนี้เราจะเห็นได้ว่า เมื่อมีการพูดคุยธรรมะนั้น บางครั้ง เราก็จับ โลกียธรรม และ โลกุตตรธรรม มาปนกับ ทำให้องค์ธรรมนั้นเกิดความขัดแย้งในตัวเอง เช่น ถ้ามีคนพูดว่า เราควรพัฒนาตนเองให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป  นี่คือการพูดแบบ โลกียธรรม  ส่วนถ้าเราพูดว่า มนุษย์ทุกคนต้องทำลายความเป็นอัตตาตัวตนให้ราบคาบ ถ้าพูดอย่างนี้ เป็นการพูดในวิสัยของ โลกุตตรธรรม  คือพูดแบบทวนกระแสโลก  หรือบางครั้งคนหนึ่งพูดว่า เราต้องรู้จักรักดูแลครอบครัวของเราให้ดี นี่คือกา...

ความดีและความทันสมัยไปด้วยกันได้ไหม?

รูปภาพ
ในขณะที่เทคโนโลยีพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว มีเครื่องจักร หุ่นยนต์ที่มีระบบต่างๆทำงานแทนคนได้   ผู้คนบนโลกนี้จำนวนหนึ่งก็เป็นห่วงว่า การมีเครื่องจักรหรือหุ่นยนต์ช่วยทำงาน จะทำให้คนจำนวนมากตกงาน แต่มหาเศรษฐีอันดับสี่ของโลกอย่าง   วอร์เรน บัฟเฟตต์ กลับไม่คิดเช่นนั้น โดยเขากล่าวกับนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบียเมื่อต้นปี 2560 ที่ผ่านมานี้ว่า   " ความคิดที่ว่า ผลผลิตต่อหัวเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นความก้าวหน้าในการผลิตเป็นอันตรายต่อสังคมนั้น เป็นความคิดที่บ้าไปแล้ว  " “ ถ้ามีใครคนหนึ่งกดปุ่มเดียวแล้วเปลี่ยนทุกสิ่งได้ เหมือนที่เรากำลังทำเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตอนนี้ เป็นสิ่งที่ดีต่อโลกหรือแย่ต่อโลก ? ” “ การใช้เครื่องยนต์มาแทนที่แรงงานทักษะน้อย ไม่ใช่เรื่องใหม่ สมัยก่อนก็มีรถแทรกเตอร์ช่วยงานเกษตร พอคนทำงานในไร่นาน้อยลง คนเหล่านี้ก็มีเวลาแล้วสามารถไปศึกษาและฝึกทักษะอาชีพใหม่ๆ เพิ่มขึ้น ” ช่างเป็นความคิดที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล  Bill Gates + Warren Buffett + Charlie Rose  @ Columbia University 2017 Video อยากถามวอร์เรน บัฟเฟต์ ว่า ...